ครอบครัวไทย

ครอบครัวไทย Thai family

บทความนี้จะกล่าวถึงเรื่องครอบครัวไทย Thai family  ในอดีตนั้น สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ที่ประชากรประกอบอาชีพหลักคือทำการเกษตร ดังนั้น กลุ่มเครือญาติจึงถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของชุมชน ภายในชุมชนจะประกอบด้วยกลุ่มเครือญาติซึ่งสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษ หรือปู่ย่าตายายคนเดียวกัน สมาชิกของกลุ่มจะสร้างบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมช่วยเหลือเกื้อกูลดูแลซึ่งกันและกัน มีการร่วมมือกันในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง งทางด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การร่วมมือกันในการทำไร่ทำนาที่เรียกว่า “การลงแขก” สังคม ได้แก่ การร่วมมือกันในกิจกรรมพิเศษ เช่น สมรส ขึ้นบ้านใหม่  ตลอดจนงานบุญต่าง ๆ  นอกจากนั้นยังร่วมมือกันในการป้องกันภัยอันตรายที่มาจากชุมชนภายนอกและช่วยกันขจัดข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชนสมาชิกทุกคนจะรักใคร่กลมเกลียว สนิทสนม และรู้จักกันทั้งหมดว่าใครคือลูกใครหลานใคร พี่หรือน้องของใคร ดังนั้นจึงพอจะกล่าวได้ว่า ครอบครัวไทยในอดีตน่าจะมีขนาดใหญ่เป็นครอบครัวขยาย ซึ่งประกอบด้วยญาติพี่น้องหลายช่วงวัยอายุอยู่รวมภายใต้หลังคาเดียวกันหรือตั้งบ้านเรือนอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน เป็นครัวเรือนขยาย

ครอบครัวไทย Thai family เป็นอย่างไรตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

โดยมี นักวิชาการทั้งต่างชาติและคนไทยได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับครอบครัวไทยกันมากขึ้น กลับพบว่า ครอบครัวไทยส่วนใหญ่เป็นครอบครัวหน่วยกลาง ซึ่งมีขนาดเล็ก เช่น Keyes ได้ทำการศึกษาหมู่บ้านชาวนาไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รายงานผลออกมาว่า ครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยย่อยสุดของสังคมและเศรษฐกิจของหมู่บ้านที่ศึกษา มีทั้งครอบครัวหน่วยกลาง และครอบครัวขยายทางมารดา (Uxorilocal extended family) 

ส่วน Andrew Turton (1972) ได้ทำการศึกษาหมู่บ้านทางภาคเหนือของไทย พบว่า ชาวเหนือจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเครือญาติ ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่โดยมีจุดศูนย์กลางของกลุ่ม ได้แก่  ผีประจำตระกูล ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านผู้ที่อาวุโสที่สุด ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเครือญาติ นอกจากนี้ Steven Piker (1975) ได้ศึกษาชุมชนชาวนาไทยภาคกลาง พบว่าครอบครัวซาวนาไทยส่วนใหญ่มีขนาดเล็กเป็นครอบครัวหน่วยกลาง

 และ Harold  Smith นักสังคมวิทยาชาวอเมริกัน  ได้สำรวจครอบครัวไทยในภาคต่าง ๆ ได้ พบว่ากว่า 60 % ของครอบครัวที่เขาสำรวจพบเป็นครอบครัวหน่วยกลาง ส่วนที่เหลือเป็นแบบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเครือญาติ นอกจากนี้ยังพบว่าครอบครัวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรูปแบบที่แตกต่างไปจาก คือ เป็นรูปแบบที่เรียกว่า ครอบครัวขยายจำกัด คือลูกที่สมรสแล้วจะนำเอาคู่สมรสหรือสามีหรือภรรยาเข้ามาอยู่ร่วมในครอบครัวของพ่อแม่จึงเหมือนกับมี 2 ครอบครัวมาอยู่รวมกัน 

เมื่อพ่อแม่ตายรูปแบบครอบครัวขยายก็หมดไป เหลือเป็นครอบครัวหน่วยกลางส่วนนักวิชาการซาวไทยที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับครอบครัว ได้แก่ สนิท สมัครการ  นักสังคมวิทยา ได้ศึกษาวิจัยในภาคกลางและภาคอีสาน พบว่า ครอบครัวของคนไทยส่วนใหญ่ (90%) เป็นแบบครอบครัวหน่วยกลางหรือครอบครัวเนื้อแท้ โดยตั้งบ้านเรือนของตนเองอยู่ต่างหากจากบ้านของบิดามารดาของทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 8 % อาศัยอยู่กับครอบครัวของพ่อตาแม่ยายและมีเพียง 1 – 2 % เท่านั้นที่อาศัยอยู่กับบิดามารดาของฝ่ายชาย ที่เป็นเช่นนี้เป็น เพราะว่า ประเพณีการแต่งงานของชาวชนบทไทยส่วนมากกำหนดให้คู่สมรสใหม่ต้องอยู่กับครอบครัวของฝ่ายหญิงสักระยะหนึ่งก่อน(ประมาณ 3 – 5 ปี) แล้วจึงแยกไปตั้งบ้านเรือนของตนเองต่างหาก 

ทฤษฎีของ ประสิทธิ์ สวาสดิ์ญาติ (2526) ว่าถึงการศึกษาครอบครัวเป็นอย่างไร

ครอบครัวของคนกรุงเทพฯ รายงานออกมาสอดคล้องกันว่า รูปแบบของครอบครัวของชาวกรุงเทพฯ ประมาณ 8.6 – 7 % เป็นแบบครอบครัวหน่วยกลางดร. อดุล วิเชียรเจริญ นักวิชาการที่ทำการวิเคราะห์คำนิยมของสังคมไทยได้สรุป ออกมาว่า “ครอบครัวเดี่ยว หรือครอบครัวหน่วยกลางที่ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก เป็นค่านิยมเฉพาะของคนไทยที่แตกต่างจากสังคมเกษตรกรรมอื่น เพราะคนไทยมีค่านิยม การรักความเป็นอิสระนั่นเอง

 

สรุป แม้จะเห็นได้ว่า ครอบครัวไทยเป็นครอบครัวเล็ก หรือครอบครัวหน่วยกลาง สืบเนื่องมาจากนิสัยและค่านิยมของคนไทยที่ชอบความเป็นอิสระ จะเห็นได้จากสังคม เมื่อหนุ่มสาวแต่งงาน จะใช้คำว่า ออกเรือน เป็นต้น

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on