การใช้สัญลักษณ์ของภาษา

การใช้สัญลักษณ์ของภาษา The Use of Verbal and Nonverbal Symbols

ในปัจจุบัน มนุษย์เรายังคงทำการสื่อสารกัน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารแบบเผชิญหน้ากัน(face to face) หรือการสื่อสารที่ต้องผ่านสื่อต่าง 1 โดยใช้สัญลักษณ์ Symbols ของภาษาพูดและภาษาที่ไม่ออกเสียง สัญลักษณ์ที่ใช้ ได้แก่ คำพูด กิริยาท่าทาง หรือสิ่งที่แทนความหมายในภาษาของแต่ละชุมชน 

สัญลักษณ์การสื่อสารของมนุษย์   Symbols

แบบจำลองแนวเส้นตรง (Human Communication: A Basic Linear Model)

ถึงแม้ว่าสัญลักษณ์  ความหมาย ไวยากรณ์ โครงสร้างของคำ โครงสร้างของประโยค และการออกเสียงจะเป็นสิ่งที่สำคัญของภาษา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่ามนุษย์เราสื่อสารกันอย่างไร ดังนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนเรามีความเกี่ยวข้องกับการสื่อสารกันได้อย่างไรบ้างจึงมีความจำเป็นที่ต้องศึกษากระบวนการสื่อสารทุกขั้นตอนโดยละเอียด

ขั้นตอนของกระบวนการสื่อสาร ซึ่งมีอยู่ 6 ชั้นตอน ดังต่อไปนี้

  1. การสื่อสารของมนุษย์เริ่มต้นจากผู้ส่งสาร (sender) ที่ตัดสินใจส่งข่าวสาร (message) โดยตั้งใจให้สารนั้นมีความหมาย
  2. ผู้ส่งสาร ทำการเข้ารหัสสารเพื่อส่งไปให้ผู้รับสาร โดยการใช้คำพูด หรือกิริยาท่าทาง ที่คาดหวังว่า ผู้รับสาร (receiver) จะสามารถเข้าใจได้
  3. สาร จะถูกแปล โดยการใช้ภาษาพูด หรือภาษาเขียน ผ่านช่องทางการสื่อสาร ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร
  4. ผู้รับสาร ที่สารถูกส่งตรงมาให้ สามารถทำความเช้าใจสารนั้นในรูปแบบของสัญลักษณ์ได้
  5. ผู้รับสาร เมื่อได้รับสารแล้ว ทำการแปลความหมายของสาร ให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ส่งสารต้องการ
  6. ผลที่ได้จากการแปลสาร ทำให้สารนั้นจะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวผู้รับสารได้

ขั้นตอนการสื่อสารตามแบบจำลองแนวเส้นตรง

 มีละเอียดดังต่อไปนี้

  •  ตัดสินใจว่าจะสื่อสารอะไร (Decide what to communicate) 

เราแปลสารเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายบางอย่าง ดังตัวอย่างที่ผู้สงสารตัดสินใจเริ่มกล่าวคำทักทายโดยคิดว่านี่เป็นการเริ่มกระบวนการทำความรู้จักกัน โดยทั่วไปแล้ว คนเรามักทำการสื่อสารกันด้วยเหตุผลบางประการที่ต้องการโน้มน้าวใจผู้อื่น เราสื่อสาร บบเผชิญหน้ากัน (face to face)ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ ในขั้นที่ 1 นี้ เพื่อให้ผู้อื่น (ผู้รับสาร แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมาตามที่คาดหวังไว้

  • แปลความหมายสาร (Encoding intended meanings)

 ผู้ส่งสารคิดวิธีที่จะส่งสารหรือเข้ารหัสสารก่อนส่งไป โดยการเลือกสัญลักษณ์ของ ภาษา คำพูด การแสดง หรือสิ่งต่าง ๆที่สื่อความหมายได้ ดังตัวอย่างของความหมายของสารที่ ผู้ส่งสารตั้งใจจะส่งไป คือ  คำว่า “สวัสดี” มีความหมายที่แปลได้ว่า “กล่าวคำทักทาย มาทำความรู้จักกันเถอะ” 

โดยทั่วไป การที่จะประสบผลสำเร็จในการแปลสาร ผู้ส่งสารจะต้องค้นหาความจำที่เกี่ยวกับสัญลักษณ์และความหมาย เปรียบเหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่สามารถค้นหาข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ เมื่อสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับความหมายที่ถูกต้อง ก็จะกลายเป็นสารที่มีความหมาย ตามที่ผู้ส่งสารต้องการส่งให้ผู้รับสาร การเลือกใช้สัญลักษณ์และความหมายที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้การสื่อสารผิดพลาด และล้มเหลวได้

  • ส่งสาร (Transmitting the message)

เราจะเปลี่ยนสัญลักษณ์ของภาษาของเราอย่างไรให้เป็นรูปแบบที่สามารถส่งและรับโดยผู้อื่นได้เราใช้โครงสร้างของร่างกายในส่วนที่เกี่ยวกับการพูด กิริยาทำทาง การเขียน หรือการพิมพ์ 

  • รับรู้สาร (perceiving the incoming message)

เมื่อเรารับรู้ถึงเสียงพูด ก่อนอื่นเราต้องระบุถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทางกายภาพนั้นก่อน คือ สัญลักษณ์ของภาษา ตัวอย่าง เช่นคำว่า “สวัสดี” ซึ่งผู้รับสารได้รับรู้ว่า เป็นคำที่แตกต่างจากสัญลักษณ์ของคำอื่นดังนั้น คำว่า “สวัสดี” จึงเป็นคำที่ทักทายกัน ไม่ได้มีความหมายอย่างอื่น

  • ถอดรหัสและการแปลสาร (decoding and interpreting the message)

ในขั้นตอนนี้ ผู้รับสารต้องต้องยึดติดกับความหมาย (meaning)ของความเข้าใจในคำ การแปลสารที่เข้ามาใหม่ ถูกสร้างโดยผู้รับสาร ผ่านกระบนการค้นหาความหมายจากความทรงจำซึ่งตรงกับความเข้าใจในสาร 

สิ่งนี้คือกระบวนการเฉพาะตัวซึ่งขึ้นกับความทรงจำของผู้รับสารการเลือกความหมายของผู้รับสารอาจไม่เหมือนกับที่ผู้ส่งสารหมายความถึงก็ได้ ตัวอย่าง เช่น ผู้ส่งสารตั้งใจที่จะกล่าว “สวัสดี” เพื่อเป็นการทักทาย ต้องการทำความรู้จักกัน แต่ผู้รับสารอาจรับสารและให้ความหมายของคำว่า “สวัสดี” เพื่อเป็นการทักทาย ต้องการถามถึงทุกข์สุข

 โดยความเป็นจริงแล้ว ผู้ส่งสารทำการส่งสารให้ผู้รับสาร โดยใส่ความหมายไว้ในสารนั้น  เพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจเหมือนที่ผู้สงสารตั้งใจไว้ แต่ผู้รับสารอาจแปความหมายของสารที่ได้รับตรงกันหรือบางครั้งก็ต่างกันได้

  • มีอิทธิพลต่อผู้รับสาร (influencing the receiver)

อิทธิพลของสารจากผู้ส่งสารที่ส่งมาให้ผู้รับสาร เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเรื่องที่มีความลึกซึ้ง บางทีผลที่ธรรมดาที่สุด คือ การทำให้ผู้รับสารกลายมาเป็นผู้ส่งสารทันทีเมื่อมีการโต้ตอบกลับ ตัวอย่าง เช่น การส่งสารกลับว่า “สวัสดี” จากผู้รับสารคนเดิม สะท้อนให้เห็นถึง อิทธิพล หรือผล คือ การรับรู้ข้อเท็จจริง ที่กระตุ้นอารมณ์ หรือการกระทำที่แสดงเจตนาออกมา อย่างเห็นได้ซัดเจน สุดท้าย ไม่ว่าการตอบจากผู้รับสาร ที่อาจจะตรงกันกับสิ่งที่ผู้ส่งสารมีอยู่ในใจ หรือไม่ตรงกันก็ได้

 

จะเห็นได้ว่าทั้ง 6 ขั้นตอนที่ได้กล่าวมาแล้ว เกี่ยวข้องกับผู้ส่งสาร และผู้รับสาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นทันทีทันใด ความจริงแล้ว การสื่อสารของมนุษย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งเราไม่ได้หยุดที่สัญลักษณ์แต่ละตัวที่เราเลือกให้สื่อความหมายการแปลความหมายสารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันทีทันใด 

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on