ระบบความเชื่อและพุทธศาสนา

ระบบความเชื่อและพุทธศาสนา religion

สำหรับในเรื่องของระบบความเชื่อและศาสนา religion มีที่มาเกิดจากความกลัวของมนุษย์ ความกลัวในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยังไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักเหตุผล ระบบความเชื่อและศาสนาจึงเป็นสิ่งยึดเหนียวเป็นเสมือนสีอระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่มนุษย์อธิบายไม่ได้ระบบความเชื่อเป็นเหมือนมาตฐานที่ใช้เพื่อเช้าใจตนเอง ผู้อื่น และสังคม เข้าใจความจริงที่เป็นมาตรฐานของสังคม ความเชื่อจะผูกพันกับหลักศีลธรรม จริยธรรม ปรัชญา ศาสนาของสังคม ในอดีตมนุษย์ยังพึ่งพาใกล้ชิดธรรมชาติ มนุษย์จึงหาสิ่งยึดเหนี่ยวในสิ่งคลุมเครือเพื่อการอยู่รอด จากระบบความเชื่อต่าง ๆ ไส้มีผู้รู้ผู้คิดสร้างลัทธิหลักคำสอน อธิบายการเกิดสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่า ศาสนา ศาสนาจึงเป็นลัทธิความเชื่อถือของมนุษย์อันมีหลัก มีคำสอน แนวทาง และมีศาสดา มีหน้าที่ต่าง ๆ

ศาสนา religion เพื่อสังคมได้แก่

  • ตอบสนองความต้องการในด้านจิตใจใช้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว
  • กำหนดหลักคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม
  • ใช้เป็นแนวทางของมนุษย์ในการดำเนินชีวิตสังคม
  • ช่วยให้บนุษย์ค้นพบหนทางแก้ปัญหาให้คำปรึกษา
  • ใช้ควบคุมสังคม

คำสอนของศาสนาต่าง ๆ เป็นอย่างไร

 มีความแตกต่างกันแต่โดยรวมมุ่งเน้นให้มนุษย์ได้อยู่ในกลุ่มอย่างเป็นปกติสุข พุทธศาสนาเชื่อว่า “กรรม” เป็นตัวกำหนดสร้างโลก และสรรพสิ่งทั้งหลาย กรรมเป็นที่มาของทุกสิ่งทุกอย่าง เมือกระทำสิ่งใด ผลของกรรมก็จะเกิดจากการกระทำนั้นตามมา

 ไม่ว่าจะกรรมดี กรรมชั่ว กรรมที่กระทำไว้จะยังผลให้มีการเวียนว่าย ตาย เกิด เป็นสงสารวัฏ ศาสนาเป็นเรื่องของส่วนรวมที่จะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หลักคำสอนของพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่เกี่ยวกับเรื่องทุกข์และการดับทุกข์ สอนให้บุคคลได้เรียนรู้สรรพสิ่งทั้งหลายอย่างถูกต้องตามสภาพความเป็นจริง

 หลักคำสอนของพุทธศาสนา เป็นการแสวงหาความสุขทางจิต โดยเฉพาะในสังคมสมัยใหม่ที่เน้นความเจริญทางวัตถุ เกิดการแข่งชันแก่งแย่ง สุขทางจิตโดยแท้ไม่ปรากฎแก่ผู้คนอันเนื่องจากลุ่มหลงในสิ่งมอมเมา จึงเกิดปัญหาสังคมต่าง ๆ หลักโดยทั่วไปนั้นคือ การละเว้นความชั่ว ทำความดี และทำใจให้บริสุทธิ์ระบบความเชื่อกับการดำเนินชีวิตไทยตามที่กล่าวมาแล้ว วัฒนธรรมเป็นวิถีการดำเนินชีวิตสอดแทรก ปรับปรนอยู่ตลอดเวลา

 ซึ่งประกอบด้วย ระบบความเชื่อ ค่านิยม และบรรทัดฐานที่มีสร้างขึ้นในสังคม ระบบความเชื่อ ได้แก่ ความจริงที่ใช้เข้าใจโลก เข้าใจสังคม หรือกลุ่มต่าง ๆ ที่เข้าไปมีส่วนวม เป็นการยอมรับความจริงที่สังคมสร้างขึ้นซึ่งโดยทั่วไปมักจะผูกพันกับหลักศาสนา จารีต ศีลธรรม จริยธรรม หลักปรัชญา ไสยศาสตร์ ซึ่งมีส่วนกำหนด

ความเป็นไปของวิถีชีวิตของผู้คนในสังคม หรืออาจกล่าวได้ว่า มนุษย์พยายามหาสิ่งยึดเหนี่ยวจากการไม่เข้าใจ ไม่รู้ ด้วยเหตุและผล ทำให้ต้องสร้างผูกเรื่องราวซึ่งคลุมเครือสิ่งลี้ลับเพื่อให้สังคมอยู่ได้เป็นปกติ ที่ผ่านมามนุษย์ยังขาดความเข้าใจอีกมากมายในสิ่งนอก

เหนือธรรมชาติ นอกโลก ระบบสุริย ระบบจักรวาล หาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นยังไม่ได้ หรือปรากฎการณ์ประจวบเหมาะยากแก่การอธิบาย เลยเกิดเป็นเรื่องของความเชื่อในสังคม ความเชื่อจึงเป็นเหมือนส่วนหนึ่งที่มีอยู่ในความเป็นมนุษย์ จะกระทำสิ่งใดย่อมมีความเชื่อปะปนอยู่ ซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิฒมนุษย์โดยส่วนตัวบุคคลและโดยส่วนรวม ในบางสิ่งมนุษย์สามารถอธิบายได้โดยหลักวิทยาสาสตร์ เชน การอธิบายเรื่อง สุริยคราส จันทคราส แรงดึงดูดของโลก การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ฯลฯ

 แต่มนุษย์ก็ยังหาคำตอบอีกหลายอย่างไม่ได้ในเรื่อง วิญญาณกับการเกิดการตาย พระราหู ผีบำานางไม้ จอมปลวก ฯลฯ ความสำคัญในระบบความเชื้อที่เป็นสิ่งนอกเหนือธรรมชาติจึงกลายเป็นเรื่องของ

ความเชื่อในพลังอำนาจที่จะบันตาลและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลในสิ่งนอกเหนือโลกที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นจึงเสมือนเป็นเครื่องมีอควบคุมและกระตุ้นให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างมีระเบียบแบบแผน สร้างจรีตประเพณีที่จะทำให้อยู่ร่วมกัน เป็นเรื่องของอำนาจที่จะควบคุมมนุษย์มาแต่โบราณ ระบบความเชื่อจากสิ่งนอกเหนือธรรมชาติ ซึ่งควบคุมไม่ได้ และที่ควบคุมได้ เป็นความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ในสังคมทั้งสิ้น มีการสร้าง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on