ทำไมคนอียิปต์ยุคโบราณถึงทำสัตว์เลี้ยง ให้เป็นมัมมี่

ทำไมคนอียิปต์ยุคโบราณถึงทำสัตว์เลี้ยง Pet Mummy ให้เป็นมัมมี่

โดยอิงจากหลังฐานที่ทางนักโบราณคดีได้ทำการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อย่าง Pet Mummy หรือ มัมมี่สัตว์ และได้ทำการใช้เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงศึกษามัมมี่สัตว์พวกนี้ โดยบทความนี้จะมาอธิบายถึงสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สามารถทำการศึกษาได้จากมัมมี่สัตว์พวกนี้ ว่าเป็นอย่างไร มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

เหตุใดคนอียิปต์โบราณจึงทำ Pet Mummy

เนื้อหาของผลของการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ทำให้เราทุกคนได้มีส่วนร่วมในการศึกษาสิ่งที่ศูนย์อียิปต์แห่งมหาวิทยาลัยสวอนซีมีความเชื่ออยู่แล้วว่า ในเรื่องที่คนอียิปต์ในยุคโบราณ จะใช้มัมมี่สัตว์ในเชิงพิธีกรรม โดยมีผลเอกซเรย์มัมมี่งูพบกระบวนการ “เปิดปาก” งูด้วยวัสดุคล้ายหินอยู่ข้างในปาก ซึ่งอาจเป็นแร่เนตรอน โดยเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่คนอียิปต์โบราณใช้ชะลอการเน่าเปื่อยของศพได้นั่นเอง

โดยจากการทำการค้นพบและศึกษามาหลายปี ได้คำตอบว่า คนแต่งศพในยุคนั้นมักเปิดปากและตาของมัมมี่เพื่อให้คนตายสามารถมองเห็นและสื่อสารกับคนเป็นได้ แต่ในอดีตมักพบกระบวนการนี้ในมัมมี่มนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่ามัมมี่งูตัวนี้อาจถูกใช้เป็นตัวแทนในการส่งสารระหว่างเทพเจ้ากับผู้บูชาเทพเจ้า และคนอียิปต์โบราณยังมีความเชื่ออีกว่า ในโลกหลังความตายคนเราต้องนำสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น แมว นกช้อนหอย นกเหยี่ยว งู จระเข้ และสุนัข มาทำมัมมี่เพื่อที่ในยามตายไปจะได้มีสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกับเจ้าของนั่นเอง

 

มัมมี่สัตว์ มีความน่าสนใจอย่างไร?

มัมมี่แมวตัวแรกที่ทางนักโบราณคดีได้พบเจอและทำการศึกษา พบว่าแมวตัวนี้มีอายุกว่า 2,000 ปี และค้นพบว่าแมวที่คนอียิปต์ในยุคโบราณนำมาทำมัมมี่นั้นมีร่องรอยถูกหักคอ และเป็นเพียงลูกแมว ที่มีอายุไม่ถึง 5 เดือนเลยด้วยซ้ำ โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวอนซี ได้นำมัมมี่แมว นก และงู ที่ทำการเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ที่ศูนย์อียิปต์ของมหาวิทยาลัยมาทำการศึกษาโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระดับไมโครเมตร ซึ่งสามารถประมวลข้อมูลออกมาเป็นภาพ 3 มิติ ไม่เพียงจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการทำมัมมี่สัตว์ของชาวอียิปต์โบราณเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงสาเหตุการตายของสัตว์เหล่านี้ด้วยว่ามีการตายในลักษณะใดอีกด้วย

  • แมว

โดยอิงจากผลเอกซเรย์กระดูกของมัมมี่แมวที่ได้ค้นพบขึ้นมานั้น พบได้ว่าแมวตัวนี้เป็นแมวบ้าน โดยฟันกรามที่ยังไม่งอกออกมาและยังคงซ่อนอยู่บริเวณขากรรไกรล่าง เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า มันยังคงเป็นเพียงลูกแมวที่อายุไม่เกิน 5 เดือน และนอกจากนี้ ที่กระดูกสันหลังของมัมมี่แมวตัวนี้ ยังพบหลักฐานที่แสดงให้เห็น ว่าคอของมันถูกทำให้หักอย่างจงใจ

  • งู 

โดยทางนักวิทยาศาสตร์ของทางนักโบราณคดี ได้ระบุไว้ว่า มัมมี่งูที่พบเจอนั้นเป็นงูเห่าของประเทศอียิปต์ ที่ยังไม่โตเต็มวัย โดยผลวิเคราะห์จากภาพเอกซเรย์ พบว่างูตัวนี้ ตายจากการถูกจับหางแล้วฟาดเข้ากับพื้นหรือกำแพงจนคอหักจนทำให้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าไตของงูก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากภาวะที่ร่างกายของงู มีการขาดน้ำอย่างรุนแรงในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตของมันนั่นเอง

  • นก

จากหลักฐานต่างๆที่ได้ทำการพบเจอ ค้นพบได้ว่านกที่ราทำการขุดพบนั้น มีลักษณะเหมือนกับเหยี่ยวเคสเตรล ชนิดที่สามารถพบได้ในทวีปยุโรปและเอเชีย แต่ผลของการเอกซเรย์ ไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด ว่ามันมีสาเหตุการตายมาจากอะไร

 

นอกจากนี้ ยังพบการฝังมัมมี่สัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารในปรโลก รวมทั้งมีการนำมัมมี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาบูชา แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือการนำมัมมี่สัตว์ไปถวายเป็นเครื่องสักการะต่อเทพเจ้า นักโบราณคดีเชื่อว่าอาจมีมัมมี่สัตว์มากถึง 70 ล้านตัวถูกฝังไว้ตามสุสานใต้ดินทั่วอียิปต์

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

 

หรือ ที่นี่

Posted on