โรคแพนิค Panic attract

โรคแพนิค Panic attract โรคที่ทำให้รู้สึกเหมือนจะตาย

อาการของโรคที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเป็น อาการ Panic ที่สร้างความรู้สึกทรมานให้คุณถึง 30 นาที ถึง1 ชั่วโมงต่อครั้งที่เกิดอาการ โดยอาการที่เป็นหากใครไม่เคยรู้สึกก็คงจะไม่เข้าใจถึงความทรมานของมัน โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคนี้กัน ว่าเป็นอย่างไร

Panic attract โรคแพนิค คืออะไร?

คือ อาการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกถึงความตื่นตระหนกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนทำให้แสดงอาการที่รุนแรงออกมาได้ หรือเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เรานั้นไม่สามารถที่จะอธิบายเหตุผลได้เลย เพราะว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกหวาดกลัวอย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั้นก็ไม่ได้เผชิญหน้าหรือตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายนั้น 

 ซึ่งอาการดังกล่าวนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในบางรายอาจจะรู้สึกเหมือนมีผนังกั้นบีบเราเข้ามาจนหายใจไม่ออกได้ ซึ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง และอาจจะส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้ เนื่องจากผู้ป่วยนั้นไม่สามารถที่จะควบคุมตนเองได้

โรคแพนิคนั้นเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งและจะสามารถพบได้มาก แต่คนทั่วไปนั้นมักจะไม่ค่อยรู้จักโรคนี้ จนกระทั่งเมื่อเป็นโรค ผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดอาจไม่ทราบว่าอาการที่ผู้ป่วยแสดงออกนั้นเป็นอาการของโรคแพนิค

อาการที่เกิดขึ้น มีดังนี้

  • มีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • หายใจไม่ออกหรือหายใจติดขัดรู้สึกเหมือนขาดอากาศ
  • หวาดกลัวอย่างรุนแรงจนทำให้ขยับร่างกายไม่ได้
  • รู้สึกวิงเวียนศีรษะหรือรู้สึกคลื่นไส้
  • มือสั่นและตัวสั่น รวมทั้งมีเหงื่อออกตามร่างกาย
  • รู้สึกหอบและเจ็บหน้าอก
  • รู้สึกร้อนวูบวาบ หรือหนาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
  • เกิดการวิงเวียนหรือรู้สึกชาตามร่างกาย คล้าย ๆ จะเป็นลม
  • วิตกกังวลหรือหวาดกลัวว่าตัวเองจะเสียชีวิต
  • กังวลว่าจะมีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้น
  • กลัวอันตรายที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวแบบในอดีต
  • รู้สึกกลัวจนควบคุมตนเองไม่ได้

ภาวะแทรกซ้อนจากโรค มีอะไรบ้าง?

โดยอาการของโรคนี้สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก หากปล่อยไว้นานและไม่ได้รับการรักษาโดยถูกวิธี อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมหลีกเลี่ยงบางสิ่งบางอย่างขั้นรุนแรง เพราะกลัวว่าจะเกิดอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง เช่น หากผู้ป่วยเคยมีอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรงในลิฟต์ หรือเคยเกิดอุบัติเหตุในลิฟต์มาก่อน ก็อาจจะทำให้หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ และเกิดอาการกลัวลิฟต์เกิดขึ้นในภายหลัง

สิ่งที่ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ควรที่จะหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • กาแฟ 

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลาย การได้รับคาเฟอีนอาจจะทำให้ผู้ป่วยนั้นเกิดความรู้สึกวิตกกังวล กระสับกระส่าย และอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบได้

  • เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 

ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ หากใจไม่ได้มีความสุขแล้ว ดื่มเข้าไปจนเต็มที่แล้วก็อาจจะสร่างความทุกข์ระทมให้แก่คุณได้ หากมีเรื่องที่คิดมากอยู่ หรืออารมณ์ไม่ได้มีความสุขมากเท่าไหร่นัก ก็ควรที่จะงดหรือเลี่ยงการดื่มมันไปจะดีกว่าเพราะไม่อย่างนั้นมันอาจจะสร้างความวิตกกังวล และทำให้นอนไม่หลับได้ ซึ่งมักจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากขึ้นไปอีก

  • อาหารที่มีรสชาติหวาน

อาหารที่มีรสชาติหวาน หรืออาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลที่สูงสูง อาจจะส่งผลให้ผู้ป่วยที่รับประทานมันเข้าไปแล้วเกิดความรู้สึกอ่อนเพลีย  เนื่องจากของหวานนั้นจะเข้าไปเพิ่มน้ำตาลในเลือด ร่างกายจึงต้องปล่อยอินซูลินออกมา เพื่อปรับระดับน้ำตาลให้ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภาวะน้ำตาลต่ำจนทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและก็กระตุ้นให้อารมณ์เปลี่ยนแปลง

  • อาหารแปรรูปและครีมเทียม 

เช่น ไส้กรอก เค้ก อาหารทอด และอาหารมัน ๆ ทั้งหลายนั้นมักจะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้าหรือวิตกกังวลได้เช่นกัน

งดพฤติกรรมเหล่านี้ 

  • การใช้ชีวิตประจำวันด้วยความเร่งรีบ
  • พักผ่อนไม่เพียงพอและรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
  • ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือมากเกินไป

 

สำหรับการดูแลอาการของโรคนี้ นอกจากผู้ที่ป่วยจะต้องรับยาตามความรุนแรงของอาการ และรับประทานภายใต้การดูแลควบคุมของแพทย์เจ้าของไข้แล้ว อีกวิธีที่ได้ผลดีอีกทางหนึ่งเลยก็คือ การใส่ใจดูแลรักษาสภาพจิตใจและการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของตัวเราเองเป็นสำคัญที่สุด

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

 

Posted on