สภาพแวดล้อมทางการตลาด

สภาพแวดล้อมทางการตลาด Marketing

สำหรับในเรื่องของการศึกษาสภาพแวดล้อมทางการตลาด Marketing มีประเด็นที่จะศึกษาต่อไปนี้ การตลาดเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมทางการตลาด

การตลาดเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม Marketing คืออะไร

โดยก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า การตลาดเป็นส่วนหนึ่งในระบบของสภาพแวดล้อม ซึ่งจะมีความเกี่ยวโยงในหลักการที่ว่าการดลาดได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมและไม่สามารถจะหลีกเลี้ยงได้ ถ้านักการตลาดละเลยสิ่งเหล่านี้ก็นับว่าอันตรายต่อการจัดการทางการตลาด

สำหรับนักการตลาดที่ทำการศึกษามาโดยตรงกับเรื่องนี้จึงต้องวิเคราะห์แนวโน้มและความสำคัญของสภาพแวดล้อม ซึ่งจะเกี่ยวข้องออกมาในรูปของโอกาสและอุปสรรค (Opportunity and Threat) หรือเรียกว่าเป็นส่วนของตัวแปรที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Un-controllable Variables) ในการวางแผนทางการตลาดนักการตลาดมีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งโอกาสและอุปสรรค หรือที่เรียกกันติดปากว่า SWOT (S = Strength W = Weakness 0 = Opportunity T = Threat)

องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมทางการตลาด

องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่สำคัญประกอบด้วย

  1. Demographic Environment สภาพแวดล้อมทางประชากร
  2. Economic Environment สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
  3. Natural Environment สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
  4. Technological Environment สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี
  5. สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน (Competition Environment)
  6. สภาพแวดล้อมทางการเมือง (Political Environment)
  7. สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม (Cultural Environment)

ทางประชากร

และโดยสภาพแวดล้อมทางประชากรสามารถส่งผลต่อการเป็นโอกาส(opportunity) กับอุปสรรค (Threat) ซึ่งขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์หรือการมองเห็น (Vision)ของเรา เช่น อัตราการเกิดของประชากรเพิ่มขึ้นย่อมเป็นโอกาส หรือในสังคมเรามองเห็นจำนวนประชากรในแต่ละช่วงอายุหรือเรารู้ถึงโดรงสร้างของอายุในสังคมย่อมจะเป็นโอกาสหรือการที่ประชากรมีการศึกษาเพิ่มขึ้น ย่อมจะเป็นโอกาสที่จะนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพดามที่ตลาดต้องการ

  1. อัตราการเกิดและการตาย

โดยที่ตลาดใดก็แล้วแต่ที่มีอัตราของการเกิดของประซากรสูง ย่อมจะเป็นโอกาสในการขายสินค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นสำหรับทุกคน เช่น อาหาร ยารักษาโรค ของใช้ส่วนตัว และอื่น ๆ เป็นตัน

ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยหรือมีราดาค่อนข้างสูง จำนวนประชากรอาจจะส่งผลต่อการขายไม่มากเท่ากับสินค้าที่จำเป็น ในทางตรงกันข้ามถ้าดลาดใดที่มีอัตราการตายสูงก็จะส่งผลต่อปริมาณการขายของสินค้าในตลาด

  1. ช่วงอายุของประชากร

ในตลาดหนึ่ง ๆ จะประกอบด้วยโครงสร้างของอายุของประชากรแตกต่างกันไป ตลาดใดที่ประซากรมีช่วงของอายุอยู่เป็นจำนวนมากก็ย่อมจะส่งผลดีต่อการทำดลาด เช่น ถ้าตลาดใดมีช่วงอายุของวัยรุ่นเป็นจำนวนมากก็จะส่งผลทำให้สินค้าวัยรุ่นขายได้ดี หรือถ้าตลาดใดมีช่วงอายุของคนเราเป็นจำนวนมาก็จะส่งผลต่อสินค้าประเภทดูแลสุขภาพขายดีตามไปด้วย

  1. ทำงานของสตรีนอกบ้าน

สำหรับในโลกยุคปัจจุบันนี้ ที่สตรีจะต้องออกไปทำงานนอกบ้านก็จะส่งผลต่อความด้องการเครื่องแด่งกาย เครื่องสำอาง อาหารกึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารสำเร็จรูปที่จะช่วยลดเวลาในการปรุงอาหาร ตลอดจนบริการจากภายนอกบ้าน เช่น การใช้บริการซักรีดเสื้อผ้า เป็นตัน

  1. การศึกษาของประชากร

เหนือสิ่งอื่นใดประชากรที่มีการศึกษาแล้วนั้น ย่อมจะมีความรู้ความเข้าใจในตัวสินค้าได้เป็นอย่างดีก็จะส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้าได้เป็นอย่างดี ประชากรที่มีการศึกษาจะส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้าที่ค่อนข้างจะมีคุณภาพ สินต้าที่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอันตรายก็จะไม่ได้รับความสนใจ เช่น สินค้าที่ใส่สีสดใส สินต้าที่ใสสารกันบูดสินค้าที่ใส่สารปลอมปนอื่น ๆ ย่อมจะไม่ได้รับความสนใจ ทั้งนี้ เพราะผู้บริโภคที่มีการศึกษาจะมีความรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยค่อนข้างสูง

สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ

สภาวะของเศรษฐกิจย่อมส่งผลต่อยอดขายของกิจการ ซึ่งส่งผลทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์หรือแผนทางการตลาดเพื่อเพิ่มยอมขาย จึงเห็นได้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมีผลต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก

ทางการเมือง

การออกกฎระเบียบของทางราชการย่อมส่งผลต่อกิจการหรือธุรกิจได้ตัวอย่างการเพิ่มอัตราภาษีย่อมส่งผลต่อยอดขาย หรือการห้ามใช้สารประกอบในยาประเภทแก้ปวดย่อมส่งผลต่อยอดขาย

 

และท้ายที่สุดสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมก็มีผลต่อการตลาดได้ เช่น การยอมรับวัฒนธรรมสมัยใหม่ด้วยการนิยมรับประทานอาหารกินไหว (Fast Food) หรือการยอมรับร้านค้าที่ตกแด่งอย่างสวยงามสบายดา และมีเครื่องปรับอากาศย่อมส่งผลต่อกิจการ

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on