การวางแผนกลยุทธ์ที่มุ่งตลาด 

การวางแผนกลยุทธ์ที่มุ่งตลาด  Market Oriented Strategic Planning

ในการวางแผนกลยุทธ์ทางตลาด Market Oriented Strategic Planning จะต้องมุ่งเน้นไปที่ “ตลาด” เป็นหลักอยู่แล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดเป็นจุดหลักที่จะกำหนดการปฏิบัติการทางการตลาด ในการศึกษาหัวข้อเรื่องนี้จะประกอบไปด้วยประเด็นหลัก ๆ คือ การวางแผนกลยุทธ์ของกิจการ (Corporate Strategic Planning) การวางแผนกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจ (Business Strategic Planning) และ กระบวนการทางการดลาด (Marketing Process)

Market Oriented Strategic Planning มีอะไรบ้าง

  1. การวางแผนกลยุทธ์ของกิจการ (Corporate Strategic Planning) การวางแผนกลยุทธ์ของกิจการเป็นการมุ่งเน้นในภาพรวมของกิจการทั้งหมด ซึ่งกิจการหนึ่ง ๆ จะประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจหลาย ๆ กลุ่มได้ ในการศึกษาการวางแผนนี้

จะประกอบไปด้วยประเด็นที่น่าสนใจต่อไปนี้

  1. การกำหนดภารกิจของกิจการ
  2. การกำหนดหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์
  3. การจัดการทรัพยากรในแต่ละหน่วยธุรกิจ
  4. การวางแผนเติบโตและการลดขนาดธุรกิจ

1.1 การกำหนดภารกิจของกิจการ ในการกำหนดภารกิจของกิจการจะต้อง พิจารณาปัจจัยที่สำคัญต่อไปนี้

  1. ประวัติที่ผ่านมาของกิจการ
  2. ทรัพยากรของกิจการ ซึ่งมีผลต่อการกำหนดภารกิจ
  3. สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่
  4. วัตถุประสงค์ของภารกิจที่ชัดเจน
  5. ขอบเขตของการแข่งข้น
  6. พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวโยงกับ Stakeholders ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน ผู้เสนอขาย และผู้จัดจำหน่าย

1.2 การกำหนดหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ เมื่อมีการกำหนตภารกิจของกิจการแล้วก็มาถึงขั้นตอนกำหนดหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ซึ่งกิจการสามารถจะมีหลายหน่วยธุรกิจได้และในแต่ละหน่วยธุรกิจก็จะต้องพิจารณา มิติที่สำคัญอยู่ 3 มิติดัวยกัน ได้แก่ กลุ่มลูกค้า ความต้องการของลูกค้าและเทคโนโลยี

1.3 การจัดการทรัพยากรในแต่ละหน่วยธุรกิจ ในแต่ละหน่วยธุรกิจจะต้องมีการจัดสรรเข้าไปในแต่ละหน่วยธุรกิจ ซึ่งการจัดสรรทรัพยากรจะต้องพิจารณาส่วนแบ่งตลาดและอัตราการเจริญเติบโต ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่ม เพื่อการจัดสรรทรัพยากร 4 กลุ่มนี้ประกอบด้วย

  1. หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง และมีส่วนแบ่งตลาดสูง (หรือเรียกว่า Star)
  2. หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง และมีส่วนแบ่งตลาดต่ำ (หรือเรียกว่า Cash cow)
  3. หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำ และมีส่วนแบ่งตลาดสูง (หรือเรียกว่า Question mark)
  4. หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตค่ำ และมีส่วนแบ่งตลาดต่ำ (หรือเรียกว่า Dog)

การจัดสรรทรัพยากรของกิจการจะต้องพิจารณาถึงเรื่องอะไรเป็นหลัก

ถึงธุรกิจของกิจการว่าอยู่ในกลุ่มใด เพราะว่ากิจการมีทรัพยากรที่จำกัด จึงต้องใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จากที่กิจการแบ่งธุรกิจเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังกล่าวข้างตันก็เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจที่จะกระจายการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งก็มีแนวทางการจัดสรรดังนี้

1) หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง และมีส่วนแบ่งตลาตสูง (เป็นstar) ก็หมายความว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง ดังนั้น การจัดสรรทรัพยากรจึงเป็นเรื่องที่จะต้องจัดสรรมาในอันดับต้น

2) หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงและมีส่วนแบ่งดลาดต่ำ (เป็นCash Cow) ก็หมายความว่าในอุตสาหกรรมยังมีการเติบโต แต่อาจมีคู่แข่งขันรายอื่นที่มีส่วนแบ่งดลาดสูงหรือมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมากจนส่วนแบ่งตลาดแด่ละรายใกล้เคียงกันหน่วยธุรกิจลักษณะนี้ยังมีโอกาสที่จะเติบโดและทำกำไรได้ไนอนาคต ดังนั้นการจัดสรรทรัพยากรก็ต้องใช้การพิจารราประกอบไปกับปริมาณยอดขายที่เติบโตของทั้งอุตสาหกรรมอยู่ในระดับใดถ้าอยู่ในระตับสูงก็มีความเป็นไปได้ที่จะทุ่มเททรัพยากร แต่ถ้าอยู่ในระดับด่ำ การทุ่มเททรัพยากรก็จะทำได้ไม่เต็มที่

3) หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำและมีส่วนแบ่งตลาดสูง (เป็นQuestion mark) ก็หมายความว่าในดลาดนั้นมีแนวโน้มที่ตลาดไม่มีการเติบโตอย่างมากมายเป็นดลาดที่ผ่านการเติบโตมาแล้วและกำลังอยู่ในช่วงอิ่มตัว หรือยอดขายของอุตสาหกรรมไม่เพิ่มมาก แต่เป็นหน่วยธุรกิจที่กิจการมีส่วนแบ่งตลาดสูงก็นับว่าเป็นสภาพที่น่าพอใจ เพราะว่าธุรกิจของกิจการยังสามารถชนะใจดลาดได้ ดังนั้น การรักษาธุรกิจลักษณะนี้จึงควรที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อรักษาสถานภาพที่ได้เปรียบนี้

4) หน่วยธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโคต่ำและมีส่วนแบ่งตลาดต่ำ (เป็นDg) ก็หมายความว่าธุรกิจของกิจการอยู่ในสถานะที่ไม่ค่อยดี กล่าวคือ มีส่วนแบ่งตลาดที่ต่ำและอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมก็ต่ำ ดังนั้นยอดขายและกำไรของธุรกิจดังกล่าวจึงอยู่ในสภาพที่ไม่น่าพอใจ 

โดยสรุป การจัดสรรทรัพยากรจะต้องมองถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจจะสามารถสร้างยอดขายและกำไร เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสรรทรัพยากร

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on