อาการแพ้ภูมิตัวเอง

อาการแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคลูปัส Lupus

สำหรับอาการแพ้ภูมิตัวเอง หรืออีกชื่อเรียกว่า โรคลูปัส Lupus เป็นโรคร้าย และโรคที่อันตรายต่อร่างกายมาก ในปัจจุบันนี้ทางการแพทย์ยังไม่สามารถทำการระบุได้ว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันหรือต่างช่วงเวลาก็ได้ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้อาจจะมีอาการที่เกิดขึ้นอย่างการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นช่วงระยะ ที่ไม่ติดต่อกัน  และมีอาการของโรคที่แสดงออกมาอย่างรุนแรงที่แตกต่างกันในแต่ละส่วนบุคคล โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคชนิดนี้กัน ว่ามีความเป็นมาอย่างไรและอันตรายแค่ไหน

Lupus เรามาทำความรู้จักโรคลูปัส ว่าเป็นอย่างไร?

โดยที่หลาย ๆ คนคงจะรู้จักหรือเคยได้ยินโรคนี้มาบ้าง นั่นก็คือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง  เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์จนทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมา โดยภูมิคุ้มกันของคนที่เป็นโรคนี้นั้นจะถูกทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายของตัวเองจนเกิดการอักเสบและสามารถทำให้เกิดความผิดปกติกับอวัยวะได้ทั่วร่างกาย โดยโรคชนิดนี้สามารถทำการตรวจพบผู้ที่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

อาการของโรค เป็นอย่างไร?

  • ปวดข้อ
  • เป็นไข้ตั้งแต่ไข้ต่ำ ๆ จนถึงไข้สูง
  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • เกิดผื่นผิวหนังตามใบหน้า แขน ขา ที่อยู่บริเวณนอกเสื้อผ้า
  • ผมร่วง
  • มีสภาวะเลือดจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ถ้าโรครุนแรงอาจมีเม็ดเลือดแดงแตก ปอดอักเสบ ไตอักเส

การเข้ารับการวินิจฉัยโรค ทำอย่างไร?

การตรวจวินิจฉัยโรคลูปัส หรือ โรคพุ่มพวง หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง การตรวจวินิจฉัยโรคต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์เจ้าของไข้ หรือผู้ตรวจเป็นอย่างมาก เพราะโรคนี้ภายนอกแล้วอาจดูแหมือนเป็นโรคทั่วไป โดยส่วนใหญ่แล้วทางแพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องทำการวินิจฉัยจากประวัติของผู้ป่วย การตรวจร่างกายพบรอยโรคร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด ปัสสาวะ การตรวจเอกซเรย์หัวใจและปอด และตรวจอวัยวอื่นๆที่คิดว่าเสี่ยงที่ร่วมด้วย

 

รักษาโรคแพ้ภูมิตัวเอง

หากจะกล่าวว่า โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก็คงไม่ผิด โรคชนิดนี้เป็นโรคที่มีอาการป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยจะต้องคอยติดตามอาการของตัวเองอยู่เสมอและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอด  เพราะการรักษาที่สม่ำเสมอช่วยทำให้โรคสงบได้ โดยทางการแพทย์จะเริ่มทำการรักษาจากการประเมินความรุนแรงของอาการที่ผู้ป่วยเป็นว่ามากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละคนอาการจะมีความรุนแรงของโรคไม่เท่ากัน

หลังจากนั้นจึงวางแผนการรักษาและการให้ยา ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก เกิดการอักเสบของร่างกายในหลายระบบ แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยา Steroidหรือยากดภูมิเพื่อคุมโรค ดังนั้นผู้ป่วยแต่ละคนจึงได้ยาแตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค

 

การดูแลตัวเองของผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ต้องทำอย่างไร

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการออกแดด
  • ลดและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อด้วยการทานอาหารที่สะอาด
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลดหรือเพิ่มยาเอง
  • มาตรวจหรือพบแพทย์ตามนัดอย่าให้ขาด เพราะการพบแพทย์และได้รับรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

ดังนั้น โรคนี้จึงเป็นโรคที่ไม่มีที่มาที่ไป และยังไม่สามารถรู้ถึงสาเหตุของการเกิดโรคได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคอยู่เสมอ หมั่นออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทุกคนควรทำนั่นเอง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on