เรียนรู้เรื่องสติปัญญาของวัยเด็ก

เรียนรู้เรื่องสติปัญญาของวัยเด็ก Intelligence

ในโลกยุคจจุบันนี้ คงมีใครหลาย ๆ คนอาจจะเคยสงสัยว่า Intelligence ของเด็กเป็นอย่างไร ในบางครั้งการที่เด็กร้องไห้ มีอาการชอบทำลายข้าวของ หรือมีอารมณ์ที่รุนแรงเมื่อไม่ได้ดั่งใจตนเอง นั่นก็คือวิธีที่พวกเขาเหล่านั้นใช้ต่อสู้กับปัญหาที่พวกเขาแจอ ซึ่งในขณะเดียวกัน การที่เด็กบางคนอาจมีนิสัยที่นิ่ง ตั้งใจรับฟัง คิด และเรียนรู้อย่างจดจ่อแน่วแน่ สามารถยับยั้งชั่งใจต่อความต้องการของตัวเองได้นั้น พฤติกรรมเหล่านี้อาจบอกอะไรกับผู้ใหญ่อย่างเรา ๆได้บ้าง โดยบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน

สติปัญญา Intelligence ของเด็กคืออะไร?

สำหรับคำว่า สติปัญญาของเด็ก ก็คือ สติปัญญาและรวมไปถึงอารมณ์ของเด็กที่มีความสามารถในการอดทนต่อสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น ความยากลำบากที่ต้องพบเจอไม่ว่าเรื่องอะไร ความจำเป็นจะต้องอดกลั้นในจิตใจ ที่สามารถเผชิญ และต้องการเอาชนะเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และเมื่อต้องเผชิญ กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมาในรูปแบบของพฤติกรรมการตอบสนองต่อปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งภาวนะอารมณ์พวกนี้เองจึงเป็นกลไกของระบบสมอง

วิธีการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้

การควบคุมต่อความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้นใรสถานการณ์ที่ไม่ดีต่าง ๆ  เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรค ความพยายามของตนเองที่จะควบคุมสถานการณ์และอยากที่จะแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้น วิธีคิดต่อปัญหาและวิธีมองเห็นปัญหาทเพื่อที่จะเข้าไปแก้สถานการณ์ และ ความสามารถสำหรับหารอดทนและอดกลั้นต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เจอ

 

ทฤษฎีสติปัญญาของเด็ก เป็นอย่างไร

ความกลัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นเรื่องปกติของทุกคนไม่ว่าในวัยไหน แต่ถ้าได้ลองทำการเปิดโอกาสให้ความรู้สึกของตัวเองให้เกิดความยืดหยุ่นกับสิ่งต่าง ๆ แล้ว เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี และกล้าที่จะเผชิญปัญหาอย่างไม่ย่อท้อ โดยซึ่งการทำลักษณะเหล่านี้ จะทำให้คนผู้นั้น มองเห็นสถานการณ์ที่ไม่ดีหรือปัญหาที่พบเจอเป็นเพียงแค่เรื่องท้าทาย และด้วยเหตุผลนี้เอง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะกลัวความเปลี่ยนแปลง และแนวคิดนี้ ยังเป็นแนวคิดของจุดเริ่มต้น เพื่อจะให้เด็กที่ต้องการจะรับมือกับความกลัวการเปลี่ยนแปลง สามารถรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้อีกด้วย

ความสามารถในการปรับตัวนี้ จะอาศัยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยหลอมรวมด้วยกัน โดยการเลี้ยงดูของผู้ปกครองและพ่อแม่และรวมไปถึงการอบรมเลี้ยงดูของคุณครู วิธีที่จะหล่อหลอมให้เด็กกลายเป็นบุคคนที่มีความคิด และสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เพียบพร้อมที่จะสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อีกด้วย

โดยทั้งเอคิว ไอคิวหรือจะเป็น อีคิว ก็ตามแต่ พวกนี้ถือเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยไอคิว คือความฉลาดทางปัญญา เป็นส่วนหนึ่งที่มาจากพันธุกรรมที่ถูกส่งต่อจากพ่อแม่ 50 % และจากสภาพเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ รวมกันอีก 50 % ซึ่งผู้ปกครองและคุณครูเอง ก็สามารถที่จะพัฒนา ไอคิวของเด็กได้อย่างไม่ยากนัก ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีสื่อการเรียนรู้ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากพอ

 

 

การที่ปล่อยให้เด็กได้เล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีและสดใสตามวัยของเด็ก ปล่อยให้เด็กใช้ความพยายามของตนเอง โดยผู้ปกครองคอยสร้างกำลังใจและส่งเสริมพลังบวกให้แก่พวกเขาอยู่ตลอด การปล่อยให้เด็กมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ ย่อมเป็นผลดีต่อกระบวนการทางความคิดและตัดสินใจและการเติบโต จงอย่าปิดกั้นเด็กต่อโลก หัดให้พวกเค้าได้ลองใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ย่อมเป็นผลดีแก่ตัวของเด็กที่สุด

 

หากตต้องกการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on