สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีนที่คุณไม่ควรพลาด

หากชีวิตนี้เกิดมามีเพียงชีวิตเดียว คุณก็ควรจะใช้ชีวิตให้สุดโต่งอย่างที่ใครเขาว่า “เกิดมามีชีวิตเดียว จงใช้ให้คุ้ม” บทความนี้เราจะมารีวิวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ห่างจากประเทศไทยนัก ใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินเพียง 2ชั่วโมงก็ถึงแล้ว นั่นก็คือประเทศจีน แผ่นดินใหญ่ นั่นเอง

 

 

  1. The Forbidden City” 

หรืออีกชื่อที่ชาวเมืองเรียกกันว่า นครต้องห้าม นั่นเอง โดยสถานที่ท่องเที่ยวนี้ ตั้งอยู่ในใจกลางของกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจีน และอยู่ทางตอนเหนือของจัตุรัสเทียนอันเหมิน

 

โดยพระราชวังแห่งนี้ เป็นเขตหวงห้ามไม่ไห้ประชาชนสามารถเข้า แม้แต่ข้าราชการชั้นสูง ยังต้องทำการขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษหากต้องการเข้า และเพราะสาเหตุนี้เอง คนทั่วไปจึงเรียกพระราชวังนี้ว่า“พระราชวังต้องห้าม” ซึ่งที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ ในพระราชวังแห่งนี้นั้นจะมีจักรพรรดิทรงประทับอยู่และกั้นพระองค์จากโลกภายนอก โดยภายในพระราชวังจะมีสนมกำนัล ขันที และข้าหลวงรับใช้ โดยคนเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในนครต้องห้ามแห่งนี้ตลอดชีวิต

 

2.“The Great Wall” 

หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “กำแพงเมืองจีน” นั่นเอง และก็ยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งที่คุ้นหู ได้แก่ “กำแพงหมื่นลี้” โดยสถานที่นี้ที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะ มีความยาวถึง 6,350 กิโลเมตร 

 

โดยกำแพงเมืองจีนถูกสร้างมาและยืนหยัดอยู่เป็นเวลามากกว่า 2,500 ปีแล้ว ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ก่อนสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ โดยจุดประสงค์ที่สร้างกำแพงเมืองจีนนี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือในอดีต มีการก่อสร้างเพิ่มขึ้นต่อเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด และกำแพงเมืองจีนนี้ยังถูกนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย

 

3.“The Terracotta Warriors”

หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” โดยเป็นสุสานของจอมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน เป็นสุสานที่เต็มไปด้วยหุ่นดินเผาของทหารและม้านับหมื่นตัว มีตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า“จิ๋นซีฮ่องเต้” มีพระบัญชาให้สร้างมหาสุสานนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนอันชั่วนิรันดร์ของทุกคน

 

 โดยใช้ช่างฝีมือและคนงานกว่าเจ็ดแสนคนทำการปั้นหุ่นทหารจากแบบที่เป็นคนจริง ๆ และเมื่อปั้นเสร็จคนที่เป็นแบบจะถูกสังหารให้วิญญาณมาสถิตในหุ่นเพื่อพิทักษ์สุสานนี้เอาไว้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบที่ฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ และที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้ทุกคนทั่วโลกได้ตกตะลึงกันถึงทุกวันนี้

4.Karst Mountains” 

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเมืองหยางโจว โดยมีทิวทัศน์ที่เป็นภูเขาสวยงามและมีชื่อเสียงอย่างมากในปัจจุบัน โดยสถานที่ท่องเที่ยวนี้ตั้งอยู่ที่มณฑลกวางซี ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีทิวทัศน์ที่เรียกได้ว่าสวยที่สุดของโดยจะต้องมองจากหยางโจว ซึ่งเป็นเขตเทศบาลเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง “กุ้ยหลิน” และเป็นเมืองเอกของมณฑลกวางซีในปัจจุบัน

 

5.หุบเขา“จิ่วจ้ายโกว” (Jiuzhaigou) 

โดยสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวนของประเทศจีน สถานที่แห่งนี้มีทะเลสาบที่สวยงามเหลือคำบรรยาย ยิ่งในฤดูใบไม้ร่วง สีเหลืองของใบไม้ที่จะสะท้อนผ่านสีเขียวของผืนน้ำทำให้เกิดเป็นภาพที่สะกดทุกสายตาเลยทีเดียว

 จนในปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นมรดกโลก และเป็น World Biosphere Reserve ใน พ.ศ. 2540 อีกด้วย

 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสถานที่ที่ทำการยกตัวอย่างมาเท่านั้น ในประเทศจีน คุณยังสามารถหาที่ท่องเที่ยวอันน่าอัศจรรย์แบบนี้ได้อีกมากมายหลายสถานที่นัก หาหมดสถานการณ์โควิด19 นี้แล้ว คุณควรหาเวลาที่จะไปค้นหาสถานที่สวยๆอย่างนี้ด้วยตาคุณเองเพราะชีวิตหนึ่งหากไม่ได้ออกไปเปิดตาเปิดโลกแล้ว จะเรียกได้ว่าใช้ชีวิตคุ้มได้อย่างไร

Posted on