ทำความรู้จักเรื่อง มลพิษทางอากาศ

ทำความรู้จักเรื่อง มลพิษทางอากาศ Air Pollution

แหล่งกำเนิดของมลพิษทางอากาศ Air Pollution หรืออากาศเสีย ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ 2535 หมายถึง ของเสียที่อยู่ในสภาพที่เป็นไอเสีย กลิ่น ควัน แก๊ส เขม่า ผุน ละออง เถ้าถ่าน หรือมลสารอื่นๆที่มีสภาพที่ละเอียด บางเบา จนสามารถรวมตัวอยู่ในบรรยากาศได้

 

แหล่งกำเนิดของมลพิษทางอากาศ Air Pollution

แบ่งได้ 2 ทาง คือ มลพิษที่เกิดขึ้นตาม

  • ธรรมชาติ และมลพิษที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ มลพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ ฝุ่นละอองดิน แก๊สจากการเน่าเสียของอินทรีย์วัตถุ ในขณะที่มลพิษที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหามลพิษนั้นมาจากการกระทำของมนุษย์ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ฝุ่นละออง เขม่า ควัน ที่เกิดขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ๆ และบริเวณโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมาจาก รถยนต์ ยานพาหนะ การใช้เชื้อเพลิงในโรงงาน หรือกระบวนการผลิต ตลอดจนการเผาขยะมูลฝอย เป็นต้น

ลักษณะของมลพิษที่มีในอากาศ แบ่งได้เป็น

  • แก๊สมลพิษ เช่น แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น

อนุภาคมลพิษ

  • ฝุ่น (dust) หมายถึง อนุภาคของแข็งที่มีขนาด 1-100 ไมครอน เช่น ฝุ่นจากกระบวนการต่างๆในอุตสาหกรรม การเกษตร การคมนาคม การก่อสร้าง เป็นต้น
  • ฟูม (fume) หมายถึง อนุภาคของแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นออกไซค์ของโลหะ ที่มีขนาด 03-0.30 ไมครอน เช่น ฟูมที่เกิดจากกระบวนการควบแน่นและออกชิเดชันของสังกะสีออกไซด์และตะกั่วออกไรด์
  • หมอกน้ำค้าง (mist) หมายถึง อนุภาคของเหลวที่เกิดจากการควบแน่นของไอหรือจากปฏิกิริยาทางเคมี
  • ควัน (smoke) หมายถึง อนุภาคที่เป็นของแข็งที่เกิดจากการเผาไหม้ของสารอินทรีย์ที่ไม่สมบูรณ์ โดยขนาดของควันจะประมาณ 05 -1 ไมครอน
  • ละอองน้ำ (spray) หมายถึง อนุภาคของเหลวที่เกิดขึ้นจากกระบวนการควบแน่นหรือสภาวะที่อิ่มตัวของไอน้ำ ที่อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น การเปลี่ยนซัลเฟอร์ ไตรออกไซค์เป็นกรดซัลฟูริก
  • ขี้เถ้า (ash) หมายถึง อนุภาคของแข็งที่เล็กกว่าฝุ่น และเป็นสิ่งที่เหลือจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
  • ละอองไอ (aerosol) หมายถึง อนุภาคของแข็งหรือของเหลวที่แขวนลอยในตัวกลางที่เป็นแก๊ส

ฝุ่นละออง

เป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญ ซึ่งอยู่ในรูปละอองของเหลว หรือ ของแข็งที่แชวนลอยอยู่ในอากาศ โดยขนาดของฝุ่นละอองมีตั้งแต่ 0.002 ไมครอน ที่ไม่สามารถ สังเกตได้ด้วยสายตา หรือเรียกว่าละอองไอ (aerosol) จนถึงขนาด 500 ไมครอน

ประเภทของฝุ่นละออง อาจแบ่งได้ 2 ประเภท

  • ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (Natural Particle) เช่น ดิน ทราย หิน ละอองไอน้ำ เขม่าควันจากไฟฟ้า เป็นต้น
  • เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ (Man-made Particle)

-คมนาคม ขนส่ง และการจราจร

-ก่อสร้าง เช่น การรื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้าง

-ประกอบการอุตสาหกรรม เช่น ปูนซีเมนต์ การโม่บดหรีอย่อยหิน

-ทางการเกษตร เช่น การสีข้าว

-กิจกรรมอื่นๆ เช่น การทำความสะอาด การทำอาหาร

 

ในปี พ.ศ 2539  กรุงเทพมหานครได้ถูกจัดเป็นเมืองที่มีปัญหาฝุ่นละอองในบรรยากาศในปริมาณสูงสุดในโลก การมีฝุ่นละอองนี้จะมีผลในการลดความสามารถในการมองเห็น ทางด้านสุขภาพแล้วจะมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน จะมีผลอย่างมากต่อปอด ทำให้ปอดอักเสบ เรื้อรัง หรือฉับพลันจากผลดังกล่าวจึงได้มีกฎหมายตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น การมีมาตรฐานอากาศเสียจากยานพาหนะ มาตรฐานอากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการเข้มงวดในการตรวจจับยานพาหนะที่มีการระบายควันดำที่เกินมาตรฐาน การมีระบบป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้าง หรือการรื้อถอนอาคาร โดยการมีผ้าใบคลุมบริเวณปฏิบัติการ เป็นต้น

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Posted on