สิวที่แก้ม เกิดจากอะไร

         สิวยังคงเป็นปัญหาให้สาวๆ ทั้งนี้สิวที่แก้มเกิดจากอะไร มาดูกัน ผิวบริเวณแก้มเสียดสีกับหน้าจอโทรศัพท์ เวลาที่คุณคุยโทรศัพท์ผิวบริเวณแก้มจะสัมผัสกับหน้าจอโดยตรง ซึ่งบริเวณหน้าจอโทรศัพท์ถือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลยก็ว่าได้ จึงเป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่บริเวณแก้มนั่นเอง
ปลอกหมอนไม่สะอาด รู้หรือไม่ว่าปลอกหมอนที่เรานอนอยู่ทุกวันก็ถือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ไรฝุ่น, เชื้ออีโคไล, น้ำมันบนเส้นผม ไปจนถึงคราบน้ำลายของเราเอง ดังนั้น หากสาวๆ ไม่หมั่นซักทำความสะอาดปลอกหมอนก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมปัญหาสิวถึงได้มาเยือน แปรงและฟองน้ำแต่งหน้าไม่สะอาด แปรงและฟองน้ำแต่งหน้าเป็นสิ่งที่คุณสาว ๆ จำเป็นต้องใช้ทุกวัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียนานาชนิด หากไม่ล้างทำความสะอาดแล้วนำไปแต่งหน้า รับรองว่าสิวบุกแน่นอนค่ะแพ้สกินแคร์และเครื่องสำอาง หากอยู่ ๆ รู้สึกว่าสิวบุกแบบไม่มีสาเหตุ อาจเกิดจากสกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่ใช้มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้เกิดการระคายผิว รวมถึงเกิดสิวได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สิวที่แก้มอาจเกิดจากความแปรปรวนของฮอร์โมนในช่วงที่สาวๆ มีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์ ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า สิวฮอร์โมน

สิวที่แก้ม บอกโรคอะไรได้บ้าง

       รู้ไหมว่า ตำแหน่งของสิวที่แก้ม สามารถบอกโรคได้ด้วย เช่น แก้มส่วนบน จะเกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด ส่วนแก้มส่วนล่าง เกี่ยวข้องกับเหงือกและฟัน สาเหตุอาจเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้ม อาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็น ๆ หาย ๆ ที่แก้มด้านล่าง อาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน เป็นต้น

สิวที่แก้ม รักษายังไง

       เมื่อรู้จักสาเหตุของการเกิดสิวที่แก้มแล้ว มาดูวิธีรักษาให้สิวหายเร็วกันเลย

  1. ใช้ยารักษาสิวกลุ่ม Benzoyl Peroxide

       Benzoyl Peroxide เป็นยารักษาสิวที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย พร้อมทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่บนผิว และรูขุมขนที่อุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว โดยทาทิ้งไว้ก่อนอาบน้ำประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดสิวผด สิวอักเสบ และสิวอุดตันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

  1. ใช้ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)

       กรดซาลิไซลิก หรือ BHA นอกจากจะรักษาสิวอุดตัน สิวหัวดำ รวมถึงสิวหัวขาวแล้ว ยังช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขน และผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้ใบหน้าของสาว ๆ ขาวกระจ่างใส ไร้รอยสิวด้วย โดยทั่วไปกรดซาลิไซลิกจะมีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.5-2% แนะนำให้สาว ๆ เริ่มต้นใช้จากความเข้มข้นต่ำที่สุดก่อน วิธีใช้คือทาบาง ๆ เฉพาะที่ ประมาณ 1-2 ครั้งต่อวัน หากมีอาการแสบ ผิวลอก หรือมีผื่นคันขึ้นบริเวณที่ทา แนะนำให้หยุดใช้ และปรึกษาแพทย์ทันที

  1. Tea Tree Oil

       ทีทรีออยล์เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากพืชพื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณในการขจัดสิวอย่างเห็นผล ใช้แต้มหรือทาบริเวณที่เป็นสิว หรือทาไปพร้อม ๆ กับครีมบำรุงผิวเลยก็ได้

  1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

       หากสาว ๆ คนไหนไม่รู้ว่าจะเริ่มรักษาสิวอย่างไร หรือกลัวว่าถ้าซื้อยารักษาสิวมาใช้แล้วจะไม่เห็นผล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะเพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างตรงจุดและถูกต้อง

 

 

 

Posted on