ประโยชน์ของว่านหางจระเข้

สรรพคุณของว่านหางจระเข้ หลายๆ ประเทศก็รู้จักนำว่านหางจระเข้มาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ มานานหลายศตวรรษ อย่างประเทศจีนก็มีรายงานการใช้ว่านหางจระเข้ในการทำเป็นยาเช่นกัน

สรรพคุณของวุ้นว่านหางจระเข้ เป็นยาฆ่าเชื้อ ฝาดสมานแผล ห้ามเลือด ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อให้เจริญเติบโต ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรีย ได้ทดลองพบว่า ว่านหางจระเข้สามารถนำมาใช้รักษาแผลธรรมดา แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลที่เกิดจากการฉายรังสี ลดอาการอักเสบ ฆ่าเชื้อโรค ป้องกันผิวไหม้เพราะแดด บำรุงผิวหน้า กำจัดฝ้า ยาระบาย แก้ไอ เจ็บคอ รักษามะเร็ง แก้พิษแมงกะพรุน ช่วยประสานกระดูก รักษาโรคตับและรักษาสมองผิดปกติ ด้วยสรรพคุณที่มากมายนี้เอง ว่านหางจระเข้ จึงถูกขนานนามว่า สมุนไพรมหัศจรรย์จากธรรมชาติ

สารโพลียูโรไนด์และโพลีแซคคาไรด์ สารสำคัญที่ช่วยรักษาบาดแผลให้หายเร็วและยังช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ต้องใช้กระบวนการผลิตที่ดี เท่านั้น ถึงจะคงตัวยาเหล่านี้ไว้ได้ ได้ทำการศึกษากับผู้ป่วย บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกจำนวน 13 ราย ที่มีบาดแผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 เมื่อได้ทาว่านหางจระเข้และตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่าแผลหายเร็วกว่าการทายาชนิดอื่น นอกจากนี้ยังมีส่วนทำให้แผลสะอาด และกระตุ้นเนื้อเยื่อที่เสียให้เจริญเติบโตขึ้นใหม่ได้เร็วขึ้น

บาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แบ่งได้เป็น 4 ระดับ

ระดับที่ 1 ผิวหนังไม่แตก

ระดับที่ 2 มีตุ่มพองและหนังแตก

ระดับที่ 3 ผิวหนังทุกชั้นถูกทำลายและเป็นแผลเปิด

ระดับที่ 4 ผิวหนังมีรอยไหม้ดำ

            ว่านหางจระเข้จึงเป็นสมุนไพร มหัศจรรย์ที่ช่วยรักษาบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลที่เกิดจากการฉายรังสีได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในลักษณะ ของเครื่องสำอางได้ด้วยคือป้องกันผิวไหม้เพราะแดดและบำรุงผิว ด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี ทำให้ควบคุมคุณภาพผลิตในรูปแบบของเจล มีความเข้มข้นถึง 87.40% เนื้อเจลคงตัวนานและปราศจากการปนเปื้อนจุลินทรีย์ จึงเหมาะเป็นยาที่ควรมีไว้ประจำบ้าน

ขอบคุณข้อมูลจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์วิวัฒน์ วิสุทธิโกศล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 สรรพคุณของว่านหางจระเข้

  1. ลดรอยไหม้จากการฉายรังสี

    ผู้ป่วยที่ต้องรับการฉายรังสีย่อมมีรอยไหม้เกิดขึ้นที่ผิวแน่นอน แต่สามารถนำวุ้นว่านหางจระเข้มาประคบผิวที่เกิดรอยไหม้หลังทำคีโมได้ แถมยังช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ดีและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวรวดเร็วขึ้นด้วย

  2. รักษาแผลที่เกิดจากของมีคม

    หากมีแผลที่เกิดจากของมีคมบาดหรือแม้แต่แผลถลอก คุณสามารถนำวุ้นว่านหางจระเข้ที่มีเมือกอยู่มาแปะลงไปบนแผลได้เลยค่ะ เพราะฤทธิ์จากเมือกว่านหางจระเข้จะช่วยเร่งให้แผลเกิดการสมานตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

  3. บรรเทาอาการปวดศีรษะ

    ให้ตัดเอาใบสดจากต้นมาจากนั้นทาด้วยปูนแดงบริเวณวุ้น เพื่อประคบบริเวณขมับหรือท้ายทอย รวมถึงจุดที่เกิดอาการปวดก็จะช่วยให้อาการปวดศีรษะทุเลาลง

  4. ฟื้นบำรุงผิวหลังออกแดด

    นำวุ้นว่านหางจระเข้มาล้างให้สะอาดจากนั้นทาผิวที่เกิดปัญหาไหม้แสบร้อนจากแดด สำหรับใครที่มีผิวแห้งกร้านมากๆ อาจผสมกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้นได้ด้วย

  5. รักษาฝีและริดสีดวงทวาร

    ให้ทำความสะอาดผิวในส่วนที่เกิดโรคจนแห้งจากนั้นใช้วุ้นว่านหางจระเข้แปะลงบนแผล ถ้าเป็นทวารหนักก็ให้ปอกเปลือกวุ้นจนกลายเป็นแท่ง ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นจนแข็ง จากนั้นนำมาใช้สอดเหน็บเข้าไปยังช่องทวารหนัก ทำวันละ 1–2 ครั้งจะช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวารให้ดีขึ้นได้

  6. ช่วยรักษาแผลไฟไหม้และแผลน้ำร้อนลวก

    นำวุ้นว่านหางจระเข้สดที่ล้างยางออกแล้วมาประคบผิวบริเวณที่เกิดปัญหา ก็จะช่วยลดอาการแสบร้อน ช่วยสมานแผลและทำให้ไม่เกิดรอยแผลเป็นด้วยค่ะ

  7. ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน

    ให้ตัดเอาเนื้อว่านหางจระเข้ออกมาเป็นแท่งเล็กๆ ยาวประมาณ 2 – 3 เซ็นติเมตรแล้วนำไปเหน็บตามซอกฟันบริเวณที่เกิดอาการปวดหรืออาจจะประคบทิ้งไว้ก็ได้ค่ะ โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที อาการปวดก็จะค่อยๆ ลดลง

ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยละคะว่าสรรพคุณจากว่านหางจระเข้นั้นมีมากมายจริงๆ เมื่อทราบถึงประโยชน์จากว่านหางจระเข้ดีแล้ว หวังว่าหากมีโอกาสคุณจะนำมันไปรักษาหรือบำบัดอาการป่วยบ้างนะคะ

 

 

Posted on